Thursday, 29 January 2009

เฉลยใช้หัวเล่น เล่ม1

กรุณาชมคำเฉลย "ใช้หัวเล่น"
ได้จาก blog: http://pwyhanswers.blogspot.com/






Wednesday, 21 January 2009

กว่าจะเป็นใช้หัวเล่น



เปิดสมองเจาะกะโหลก "ใช้หัวเล่น" กว่าจะคลอดออกมาได้ โอ๊ยยยยยแทบแย่
ใช้เวลาบ่มฟักมาต้องเกือบ 10 ปีจากมันสมองของนักคิดรุ่นบุกเบิกกกกกก ทำเอาทีมงานเกือบแย่
แก้กันแล้วแก้กันอีก เปลี่ยนกันแล้วเปลี่ยนกันอีก จนหัวใจน้อย ๆ เริ่มสะออนกันซะแล้ว

แต่เพราะตัณหาของมันสมองบวกกับไอเดียอยากฉีกแนวเกม
จนผลักดันมันออกมาได้เมื่อเดือนตุลาคม 2551 นี่เอง
กว่าจะเป็นเล่มแรก เล่นเอาซะเหนื่อยสมองเลย กว่าจะคลำทางถูกหาแนวเกมกว่าจะได้
เล่นเอาทั้งลูกพี่และลูกน้อง เกิดอาการ เครียด...เครียด...และก็เครียด

พอหาแนวได้เท่านั้นแหละ โอ๊ยแม่เจ้า สวรรค์ประทานสมองอันน้อย ๆ
บวกกับแรงถีบของลูกพี่(เฮ้ย !! บวกกับแอ๊กทีปของทีมงาน) ลุยกันเข้าไป
ซุ่มประชุมงาน แก้ไขแล้วแก้ไขเล่า จนได้แนวเนี่ยอ่ะใช่เลย

เนื้อหาในเล่มได้ความรู้แบบคบครัน ไม่ว่าจะเป็นด้าน คณิตศาสตร์ ภาษาไทย เชาว์สมอง
ใครที่ว่าแน่ขอท้าให้ประลองดูเลย เพราะคนทำตั้งใจทำ
ใช้หัวเล่นเป็นเกมที่ผ่อนคลายสมองแต่ไหนเลย คนอ่านกลับดันสวนกระแสซะงั้น
เพราะจากการทดลองซุ่มตัวอย่างจากผู้เล่นแล้ว
เห็นอาการปวดสมองแล้วอดสงสารไม่ได้ 555 ก็ต้องใช้สมองกันหน่อยงานนี้
ส่วนที่เหลือก็หวังว่าผู้อ่านผู้เล่นจะเข้าใจความหมายของแต่ละเกมที่นำเสนอไปเท่านั้นเอง
ขอบอกว่า หนังสือเล่มนี้เหมาะสำหรับคนที่"ชอบใช้หัวเล่นเท่านั้น" คนที่ชอบ "ใช้หัวชนฝา" ไม่เกี่ยว รวมทั้งคนที่ชอบ "แอบ" ดูคำตอบก่อนก็จะผิดหวังด้วย
เพราะ " ใ ช้ หั ว เ ล่ น ไ ม่ มี คำ เ ฉ ล ย ใ น เ ล่ ม" ค่ะ

Friday, 2 January 2009

ที่มาของเกม “คำหับเผย”








ที่มาของเกม “คำหับเผย




“คำหับเผย” เป็นการนำคำไทยโบราณสองคำมาผสมกัน






อาจารย์จำนง ทองประเสริฐอธิบาย “คำหับ” ว่าหมายถึง “ปิดงำ” คำหับมาจากภาษาจีนแปลว่า “ตรวจสอบตรงกัน”

เดิมเป็นวิธีการสั่งเคลื่อนทัพของจีน คือใช้ไม้ไผ่มาเขียนหรือประทับตราแล้วผ่าเป็น ๒ ซีก ผู้ออกคำสั่งถือไว้ซีกหนึ่ง อีกซีกหนึ่งส่งไปให้ผู้รับคำสั่ง เมื่อจะให้ผู้รับคำสั่งปฏิบัติการ ก็จะส่งซีกที่ตนถือไว้ไปให้ผู้รับคำสั่งประกอบกับซีกที่ตนถืออยู่ จึงเป็นคำสั่งอันถูกต้องสมบูรณ์, คำนี้ต่อมาใช้ในหนังสือทางไมตรี เรียกว่า ราชสาส์นคำหับ

ปรากฏในแผ่นดินพระเจ้าไท้โจ๊ว ราชวงศ์เหม็ง ว่าได้ส่งราชสาส์นคำหับมาถึงกรุงศรีอยุธยา, ราชสาส์นคำหับนี้แบ่งเป็น ๒ ชุดสำหรับใช้ตรวจสอบรายการต่างๆ ที่ทั้ง ๒ ประเทศจะติดต่อกัน ให้รายการนั้นตรงกัน, ฉะนั้น ราชสาส์นคำหับจึงเท่ากับหนังสือตรวจสอบรายการคู่ เป็นราชสาส์นเพิ่มขึ้นจากพระราชสาส์นสุพรรณบัตร, แต้จิ๋วออกเสียงเป็น คำฮะ

อาจารย์จำนงค์ ทองประเสริฐ เล่าไว้เมื่อวันที่ ๑๘ มกราคม ๒๕๓๖ ว่า

“ข้าพเจ้าได้อ่านหนังสือเรื่อง พระราชสาส์นไปเมืองจีน ครั้งรัชกาลที่ ๑ กรุงรัตนโกสินทร์ เมื่อปีมะโรง ฉศก จุลศักราช ๑๑๔๖ พ.ศ. ๒๓๒๗ ซึ่งพิมพ์เป็นอนุสรณ์ในงานพระราชทานเพลิงศพหม่อมราชวงศ์หญิงเจียน ฉัตรกุล ณ เมรุวัดทองนพคุณ จังหวัดธนบุรี ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๐๕ แล้วพบคำที่น่าสนใจคำหนึ่งคือ คำหับ ซึ่งเป็นคำประกอบ พระราชสาส์น ว่า พระราชสาส์นคำหับ ดังข้อความที่ข้าพเจ้าขอคัดมาเสนอท่านผู้ฟังเฉพาะตอนต้นและตอนท้ายแห่ง พระราชสาส์นคำหับ นั้นดังนี้


"พระราชสาส์นสมเด็จพระเจ้ากรุงพระมหานครศรีอยุธยา ปราบดาภิเษก ตามบุรพราชประเพณีมาแต่ก่อน คิดถึงทำนอง คลองพระราชไมตรีสมเด็จพระเจ้ากรุงต้าฉิงผู้ใหญ่ ซึ่งมาแต่ก่อน จึงแต่งให้พระสวัสดิสุนทร ราชทูต หลวงบวรเสน่หา อุปทูต หลวงพจนาพิมล ตรีทูต ขุนพจนาพิจิตร ท่องสื่อ หมื่นพิพิธวาจา ปั้นสื่อ จำทูลพระสุพรรณบัฏสุวรรณพระราชสาส์น เชิญเครื่องราชบรรณาการ คือ


ช้างพลายสูง ๓ ศอก ๑ คืบ ช้างหนึ่ง
ช้างพังสูง ๓ ศอก ๑ คืบ ๒นิ้ว ช้างหนึ่ง รวม ๒ ช้าง
ฯลฯ

น้ำดอกไม้เทศ ข้างหน้า ๖๐ เต้า ข้างใน ๓๐ เต้า รวม ๙๐ เต้า

ออกมาจิ้มก้องสมเด็จพระเจ้ากรุงต้าฉิงผู้ใหญ่ ตามบุราณราชประเพณีพระมหากษัตราธิราชเจ้าสืบมาแต่ก่อน ถ้าและราชทูต อุปทูต ตรีทูต ท่องสื่อ ปั้นสื่อ ถึงแล้ว ขอสมเด็จพระเจ้ากรุงต้าฉิง ผู้ใหญ่ ได้เห็นแก่ทางพระราชไมตรีสมเด็จพระเจ้ากรุงพระมหานครศรีอยุธยาผู้ใหญ่ จงได้ให้นำราชทูต อุปทูต ตรีทูต ข้าหลวงทั้งปวง เข้ากราบถวายบังคมสมเด็จพระเจ้ากรุงต้าฉิงผู้ใหญ่ สำเร็จแล้ว ขออย่าให้ขาดทางพระราชไมตรี ให้ได้กลับมาจงสะดวก พระราชสาส์นคำหับปิดตราโลโต ครั้งนี้หาตราโลโตมิได้ ปิดตราไอยราพต มาเป็นสำคัญ พระราชสาส์นมา ณ วันศุกร์ เดือน ๗ ขึ้น ๑๐ ค่ำ จุลศักราช ๑๑๔๖ ปีมะโรง ฉศกฯ"

ในหนังสือนั้นได้ให้เชิงอรรถคำว่า "คำหับ" ไว้ว่า "หมายถึงปิดงำ พระราชสาส์นนี้น่าจะบรรจุหีบเล็ก ๆ หรือภาชนะที่มีฝาปิด"

และได้ให้ความหมายของคำว่า "ตราโลโต" และ "ตราไอยราพต" ไว้ด้วยดังนี้


"ตราโลโต เป็นตราที่พระเจ้ากรุงจีนพระราชทานพระเจ้ากรุงสยาม ทำด้วยหยกสีตองอ่อน มีลักษณะเป็นแท่นสี่เหลี่ยม บนนั้นแกะเป็นรูปอูฐหมอบ ใต้นั้นแกะเป็นรูปตัวหนังสือจีนอย่างตัวสี่เหลี่ยม อ่านว่า เสี้ยม โหล ก๊ก อ๋อง"

"ตราไอยราพต เป็นตราเก่า ในรัชกาลที่ ๔ ก็มีใช้อยู่ เป็นตราที่ทำด้วยโมรามีรูปตราเท่าที่เห็นได้ในสัญญาบัตร เป็นรูปช้างสามเศียร"

อย่างไรก็ดี คำว่า "คำหับ" พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๒๕ ยังมิได้เก็บไว้

หนังสือ "ภาษาไทย - ภาษาจีน" ของคุณเฉลิม ยงบุญเกิด ได้อธิบายความหมายของคำว่า "คำหับ" ไว้ดังนี้
"ถ้าเราอ่านพระราชสาส์นที่มีไปกรุงจีน เราจะพบศัพท์อยู่ ๒ คำ คือ พระราชสาส์นคำหับ และ พระราชสาส์นสุพรรณบัฏ พระราชสาส์นคำหับคืออะไร เคยมีผู้ให้คำอธิบายว่า เป็นพระราชสาส์นที่มีคำปกปิดซึ่งความจริงไม่ถูกต้อง คำหับ เป็นภาษาจีน อ่านว่า คำฮะ (แต้จิ๋ว) แปลตามตัวอักษรว่า ตรวจสอบเข้ากันพอดี คำหับ วิธีการสั่งเคลื่อนทัพของจีนในสมัยโบราณ คือ เอาไม้ไผ่มาประทับตราหรือเครื่องหมายอย่างหนึ่งอย่างใดแล้วผ่าออกเป็นสองซีก ซีกหนึ่งผู้ออกคำสั่งถือไว้ อีกซีกหนึ่งส่งไปให้ผู้รับคำสั่ง เมื่อได้รับซีกไม้ไผ่ ก็จะนำซีกที่ตนถืออยู่มาต่อกันดู ถ้าเข้ากันพอดี ก็เชื่อได้ว่าเป็นคำสั่งที่แท้จริง"

ในหนังสือกึงตังทงจี่ (จดหมายเหตุเมืองกวางตุ้ง) อธิบายเรื่องสมุดคำหับว่า ในแผ่นดินไท้โจ๊วแห่งราชวงศ์เหม็ง ปีรัชกาลฮ่งบู๊ที่ ๑๖ (พ.ศ. ๑๙๒๖) ได้ให้แก่กรุงศรีอยุธยาเป็นประเทศแรก ต่อมาจึงได้ขยายให้แก่ประเทศอื่น แต่ละประเทศมีคำหับ ๒๐๐ ชุด เช่นกรุงศรีอยุธยาคำหับอักษรเซี้ยม ๑๐๐ ชุด แผ่นที่มีอักษรเซี้ยมและล้อส่งไปเก็บไว้ที่คลังพัสดุคำหับอักษรล้อ ๑๐๐ ชุด แผ่นที่มีอักษรเซี้ยมมอบให้กรุงศรีอยุธยาไปกรอกรายการ แผ่นที่มีอักษรล้อส่งไปยังเจ้าพนักงานครองเมืองกวางตุ้ง

เมื่อเข้าไปจิ้มก้องกรุงศรีอยุธยา จะกรอกพระนามพระเจ้าแผ่นดิน นามทูตเครื่องบรรณาการและวันเดือนปีในคำหับแผ่นที่มีอักษรเซี้ยมให้ทูตนำไป เจ้าพนักงานปกครองจะตรวจสอบพระราชสาส์นคำหับ ตลอดจนเลขหมายก่อนว่าถูกต้องตรงกันกับหลักฐานที่ตนมีอยู่ จึงจะอนุญาตให้ส่งไปยังเมืองหลวงได้ ทั้งนี้ก็เพื่อป้องกันพ่อค้าชาวต่างประเทศแอบอ้างเอาการจิ้มก้องเข้าไปค้าขาย เพราะประเทศจีนมีนโยบายปิดประตูการค้า ประเทศที่เข้าไปจิ้มก้องเท่านั้นที่ยอมให้ค้าขายได้เป็นครั้งคราว

มาในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ประเทศจีน ก็ยังคงถือนโยบายเช่นนั้นอยู่ ประเทศไทยจึงต้องส่งพระราชสาส์นไป ๒ ฉบับ ฉบับหนึ่งเป็นพระราชสาส์นจารึกบนแผ่นทองเรียกว่า พระราชสาส์นสุพรรณบัฏ อีกฉบับหนึ่งเป็นพระราชสาส์นคำหับเขียนลงบนคำหับที่จีนให้มาดังได้กล่าวมาแล้ว"

ส่วน “หับเผย” คือแผงรูปสี่เหลี่ยม แขวนปิดช่องหน้าเรือน หน้าแพ เป็นต้น ใช้ไม้ค้ำให้เปิดค้างอยู่เมื่อต้องการเปิด

ใน “ใช้หัวเล่น” นี่ “คำหับเผย” คือเกมที่ผู้อ่านต้องหาคำที่ปิดงำไว้โดยเปิดให้ดูภาพที่ใบ้คำเหล่านั้น เกมนี้ช่วยพัฒนาทักษะด้านการสื่อสาร (ภาษา) และความคิดสร้างสรรค์
คำหับเผยมีทั้งภาษาไทยและอังกฤษ
ซ้ายมือเป็นคำภาษาไทย
ด้านล่างเป็นคำภาษาอังกฤษ
ลองดูสิครับ คุณทำได้หรือไม่
พบของจริงปลายเดือนมกราคม 2552 แน่นอนครับ
ธัญญา ผลอนันต์
3 มกราคม 2552