Friday, 2 January 2009

ที่มาของเกม “คำหับเผย”








ที่มาของเกม “คำหับเผย




“คำหับเผย” เป็นการนำคำไทยโบราณสองคำมาผสมกัน






อาจารย์จำนง ทองประเสริฐอธิบาย “คำหับ” ว่าหมายถึง “ปิดงำ” คำหับมาจากภาษาจีนแปลว่า “ตรวจสอบตรงกัน”

เดิมเป็นวิธีการสั่งเคลื่อนทัพของจีน คือใช้ไม้ไผ่มาเขียนหรือประทับตราแล้วผ่าเป็น ๒ ซีก ผู้ออกคำสั่งถือไว้ซีกหนึ่ง อีกซีกหนึ่งส่งไปให้ผู้รับคำสั่ง เมื่อจะให้ผู้รับคำสั่งปฏิบัติการ ก็จะส่งซีกที่ตนถือไว้ไปให้ผู้รับคำสั่งประกอบกับซีกที่ตนถืออยู่ จึงเป็นคำสั่งอันถูกต้องสมบูรณ์, คำนี้ต่อมาใช้ในหนังสือทางไมตรี เรียกว่า ราชสาส์นคำหับ

ปรากฏในแผ่นดินพระเจ้าไท้โจ๊ว ราชวงศ์เหม็ง ว่าได้ส่งราชสาส์นคำหับมาถึงกรุงศรีอยุธยา, ราชสาส์นคำหับนี้แบ่งเป็น ๒ ชุดสำหรับใช้ตรวจสอบรายการต่างๆ ที่ทั้ง ๒ ประเทศจะติดต่อกัน ให้รายการนั้นตรงกัน, ฉะนั้น ราชสาส์นคำหับจึงเท่ากับหนังสือตรวจสอบรายการคู่ เป็นราชสาส์นเพิ่มขึ้นจากพระราชสาส์นสุพรรณบัตร, แต้จิ๋วออกเสียงเป็น คำฮะ

อาจารย์จำนงค์ ทองประเสริฐ เล่าไว้เมื่อวันที่ ๑๘ มกราคม ๒๕๓๖ ว่า

“ข้าพเจ้าได้อ่านหนังสือเรื่อง พระราชสาส์นไปเมืองจีน ครั้งรัชกาลที่ ๑ กรุงรัตนโกสินทร์ เมื่อปีมะโรง ฉศก จุลศักราช ๑๑๔๖ พ.ศ. ๒๓๒๗ ซึ่งพิมพ์เป็นอนุสรณ์ในงานพระราชทานเพลิงศพหม่อมราชวงศ์หญิงเจียน ฉัตรกุล ณ เมรุวัดทองนพคุณ จังหวัดธนบุรี ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๐๕ แล้วพบคำที่น่าสนใจคำหนึ่งคือ คำหับ ซึ่งเป็นคำประกอบ พระราชสาส์น ว่า พระราชสาส์นคำหับ ดังข้อความที่ข้าพเจ้าขอคัดมาเสนอท่านผู้ฟังเฉพาะตอนต้นและตอนท้ายแห่ง พระราชสาส์นคำหับ นั้นดังนี้


"พระราชสาส์นสมเด็จพระเจ้ากรุงพระมหานครศรีอยุธยา ปราบดาภิเษก ตามบุรพราชประเพณีมาแต่ก่อน คิดถึงทำนอง คลองพระราชไมตรีสมเด็จพระเจ้ากรุงต้าฉิงผู้ใหญ่ ซึ่งมาแต่ก่อน จึงแต่งให้พระสวัสดิสุนทร ราชทูต หลวงบวรเสน่หา อุปทูต หลวงพจนาพิมล ตรีทูต ขุนพจนาพิจิตร ท่องสื่อ หมื่นพิพิธวาจา ปั้นสื่อ จำทูลพระสุพรรณบัฏสุวรรณพระราชสาส์น เชิญเครื่องราชบรรณาการ คือ


ช้างพลายสูง ๓ ศอก ๑ คืบ ช้างหนึ่ง
ช้างพังสูง ๓ ศอก ๑ คืบ ๒นิ้ว ช้างหนึ่ง รวม ๒ ช้าง
ฯลฯ

น้ำดอกไม้เทศ ข้างหน้า ๖๐ เต้า ข้างใน ๓๐ เต้า รวม ๙๐ เต้า

ออกมาจิ้มก้องสมเด็จพระเจ้ากรุงต้าฉิงผู้ใหญ่ ตามบุราณราชประเพณีพระมหากษัตราธิราชเจ้าสืบมาแต่ก่อน ถ้าและราชทูต อุปทูต ตรีทูต ท่องสื่อ ปั้นสื่อ ถึงแล้ว ขอสมเด็จพระเจ้ากรุงต้าฉิง ผู้ใหญ่ ได้เห็นแก่ทางพระราชไมตรีสมเด็จพระเจ้ากรุงพระมหานครศรีอยุธยาผู้ใหญ่ จงได้ให้นำราชทูต อุปทูต ตรีทูต ข้าหลวงทั้งปวง เข้ากราบถวายบังคมสมเด็จพระเจ้ากรุงต้าฉิงผู้ใหญ่ สำเร็จแล้ว ขออย่าให้ขาดทางพระราชไมตรี ให้ได้กลับมาจงสะดวก พระราชสาส์นคำหับปิดตราโลโต ครั้งนี้หาตราโลโตมิได้ ปิดตราไอยราพต มาเป็นสำคัญ พระราชสาส์นมา ณ วันศุกร์ เดือน ๗ ขึ้น ๑๐ ค่ำ จุลศักราช ๑๑๔๖ ปีมะโรง ฉศกฯ"

ในหนังสือนั้นได้ให้เชิงอรรถคำว่า "คำหับ" ไว้ว่า "หมายถึงปิดงำ พระราชสาส์นนี้น่าจะบรรจุหีบเล็ก ๆ หรือภาชนะที่มีฝาปิด"

และได้ให้ความหมายของคำว่า "ตราโลโต" และ "ตราไอยราพต" ไว้ด้วยดังนี้


"ตราโลโต เป็นตราที่พระเจ้ากรุงจีนพระราชทานพระเจ้ากรุงสยาม ทำด้วยหยกสีตองอ่อน มีลักษณะเป็นแท่นสี่เหลี่ยม บนนั้นแกะเป็นรูปอูฐหมอบ ใต้นั้นแกะเป็นรูปตัวหนังสือจีนอย่างตัวสี่เหลี่ยม อ่านว่า เสี้ยม โหล ก๊ก อ๋อง"

"ตราไอยราพต เป็นตราเก่า ในรัชกาลที่ ๔ ก็มีใช้อยู่ เป็นตราที่ทำด้วยโมรามีรูปตราเท่าที่เห็นได้ในสัญญาบัตร เป็นรูปช้างสามเศียร"

อย่างไรก็ดี คำว่า "คำหับ" พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๒๕ ยังมิได้เก็บไว้

หนังสือ "ภาษาไทย - ภาษาจีน" ของคุณเฉลิม ยงบุญเกิด ได้อธิบายความหมายของคำว่า "คำหับ" ไว้ดังนี้
"ถ้าเราอ่านพระราชสาส์นที่มีไปกรุงจีน เราจะพบศัพท์อยู่ ๒ คำ คือ พระราชสาส์นคำหับ และ พระราชสาส์นสุพรรณบัฏ พระราชสาส์นคำหับคืออะไร เคยมีผู้ให้คำอธิบายว่า เป็นพระราชสาส์นที่มีคำปกปิดซึ่งความจริงไม่ถูกต้อง คำหับ เป็นภาษาจีน อ่านว่า คำฮะ (แต้จิ๋ว) แปลตามตัวอักษรว่า ตรวจสอบเข้ากันพอดี คำหับ วิธีการสั่งเคลื่อนทัพของจีนในสมัยโบราณ คือ เอาไม้ไผ่มาประทับตราหรือเครื่องหมายอย่างหนึ่งอย่างใดแล้วผ่าออกเป็นสองซีก ซีกหนึ่งผู้ออกคำสั่งถือไว้ อีกซีกหนึ่งส่งไปให้ผู้รับคำสั่ง เมื่อได้รับซีกไม้ไผ่ ก็จะนำซีกที่ตนถืออยู่มาต่อกันดู ถ้าเข้ากันพอดี ก็เชื่อได้ว่าเป็นคำสั่งที่แท้จริง"

ในหนังสือกึงตังทงจี่ (จดหมายเหตุเมืองกวางตุ้ง) อธิบายเรื่องสมุดคำหับว่า ในแผ่นดินไท้โจ๊วแห่งราชวงศ์เหม็ง ปีรัชกาลฮ่งบู๊ที่ ๑๖ (พ.ศ. ๑๙๒๖) ได้ให้แก่กรุงศรีอยุธยาเป็นประเทศแรก ต่อมาจึงได้ขยายให้แก่ประเทศอื่น แต่ละประเทศมีคำหับ ๒๐๐ ชุด เช่นกรุงศรีอยุธยาคำหับอักษรเซี้ยม ๑๐๐ ชุด แผ่นที่มีอักษรเซี้ยมและล้อส่งไปเก็บไว้ที่คลังพัสดุคำหับอักษรล้อ ๑๐๐ ชุด แผ่นที่มีอักษรเซี้ยมมอบให้กรุงศรีอยุธยาไปกรอกรายการ แผ่นที่มีอักษรล้อส่งไปยังเจ้าพนักงานครองเมืองกวางตุ้ง

เมื่อเข้าไปจิ้มก้องกรุงศรีอยุธยา จะกรอกพระนามพระเจ้าแผ่นดิน นามทูตเครื่องบรรณาการและวันเดือนปีในคำหับแผ่นที่มีอักษรเซี้ยมให้ทูตนำไป เจ้าพนักงานปกครองจะตรวจสอบพระราชสาส์นคำหับ ตลอดจนเลขหมายก่อนว่าถูกต้องตรงกันกับหลักฐานที่ตนมีอยู่ จึงจะอนุญาตให้ส่งไปยังเมืองหลวงได้ ทั้งนี้ก็เพื่อป้องกันพ่อค้าชาวต่างประเทศแอบอ้างเอาการจิ้มก้องเข้าไปค้าขาย เพราะประเทศจีนมีนโยบายปิดประตูการค้า ประเทศที่เข้าไปจิ้มก้องเท่านั้นที่ยอมให้ค้าขายได้เป็นครั้งคราว

มาในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ประเทศจีน ก็ยังคงถือนโยบายเช่นนั้นอยู่ ประเทศไทยจึงต้องส่งพระราชสาส์นไป ๒ ฉบับ ฉบับหนึ่งเป็นพระราชสาส์นจารึกบนแผ่นทองเรียกว่า พระราชสาส์นสุพรรณบัฏ อีกฉบับหนึ่งเป็นพระราชสาส์นคำหับเขียนลงบนคำหับที่จีนให้มาดังได้กล่าวมาแล้ว"

ส่วน “หับเผย” คือแผงรูปสี่เหลี่ยม แขวนปิดช่องหน้าเรือน หน้าแพ เป็นต้น ใช้ไม้ค้ำให้เปิดค้างอยู่เมื่อต้องการเปิด

ใน “ใช้หัวเล่น” นี่ “คำหับเผย” คือเกมที่ผู้อ่านต้องหาคำที่ปิดงำไว้โดยเปิดให้ดูภาพที่ใบ้คำเหล่านั้น เกมนี้ช่วยพัฒนาทักษะด้านการสื่อสาร (ภาษา) และความคิดสร้างสรรค์
คำหับเผยมีทั้งภาษาไทยและอังกฤษ
ซ้ายมือเป็นคำภาษาไทย
ด้านล่างเป็นคำภาษาอังกฤษ
ลองดูสิครับ คุณทำได้หรือไม่
พบของจริงปลายเดือนมกราคม 2552 แน่นอนครับ
ธัญญา ผลอนันต์
3 มกราคม 2552

2 comments:

Unknown said...

Conceptที่ลงมันคืออะไรกันแน่อ่านแล้วงงงงง
By Peung

Mr. Mind Map said...

ตัวอย่างภาษาไทย เป็นภาพ กระทงลอยฟ้า ที่ทำด้วย กระดาษหนังสือพิมพ์ ตามประเพณี "ลอยโคม" ของชาวเหนือ ภาพในตัวอย่างจึงเป็น "คำหับเผย" ของคำว่า "ข่าวโคมลอย"
คุณ Peunge พอนึกภาพออกหรือยังครับ

ส่วนตัวอย่างภาอังกฤษมีคำว่า CODE ที่มีซิปอยู่กลางคำ ก็คือ "คำหับเผย" ของคำว่า ZIP CODE ใสหรัฐอเมริกา หรือรหัสไปรษณีย์ของไทยนั่นเองครับ

ถึงบางอ้อไหมครับ

ธัญญา ผลอนันต์